วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 ต.ค.61(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,214 1,208 1,197

แนวต้าน : 1,227 1,235 1,246

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป รัฐบาลอิตาลีมีแนวโน้มที่จะเผชิญหน้ากับสหภาพยุโรป (EU) ในประเด็นที่อิตาลียืนกรานจะผลักดันเป้าหมายยอดขาดดุลงบประมาณ ปี 2019 ซึ่งหากอิตาลีอาจถูกคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ปฏิเสธแผนงบประมาณอาจส่งผลให้ มูดี้ส์ และ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส ทบทวนลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีลง ซึ่งความกังวลดังกล่าวกดดันสกุลเงินยูโรและราคาทองคำ นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนอย่างเป็นทางการในวันนี้ที่ 6.9275 หยวน ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2017 หยวนติดลบ 0.19% มาที่ 6.936 หยวน เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ซึ่งการอ่อนค่าลงของเงินหยวนกระตุ้นให้ดอลลาร์แข็งค่ามากขึ้นจนเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ ทั้งนี้ ในระยะสั้นหากราคาทองคำสามารถทรงตัวได้อาจจะเห็นการดีดขึ้นระยะสั้นเพื่อทดสอบโซน 1,227 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามหากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ จะกระตุ้นให้มีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เบื้องต้นประเมินแนวรับไว้ที่ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจใช้เป็นจุดในการเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำกำลังพยายามทรงตัว ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการที่ราคาจะปรับตัวขึ้น แต่หากแรงซื้อไม่มากหรือทดสอบโซน 1,227 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ผ่านไม่ได้ ราคามีโอกาสย่อตัวลงมาในแนวรับ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสะสมกำลัง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ต้องสังเกตแนวต้านโซน 1,227 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะถ้าราคายังเคลื่อนตัวไม่ผ่านจุดดังกล่าว ก็ควรที่จะขายทำกำไรออกไปก่อน และรอเข้าซื้ออีกครั้งที่แนวรับ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position แนะนำให้ปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากราคามีการอ่อนตัวใกล้กับแนวรับ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และจำเป็นต้องลดสถานะขายหากราคาทรงตัวได้มั่นคงเหนือบริเวณ 1,227 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 1,227 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยง โดยใช้แนวรับ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดในการเข้าซื้อ เพราะหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,227-1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผอ.IMF เตือนสงครามการค้าอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลก ในวันนี้นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนประเทศต่างๆถึงผลเสียของสงครามการค้าหรือค่าเงิน โดยกล่าวว่า สงครามการค้าอาจจะสร้างความเสียหายต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและส่งผลกระทบต่อ”ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง” นางลาการ์ดเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ”ลดความรุนแรง”ของความขัดแย้งทางการค้า และแก้ไขกฎการค้าโลก แทนที่จะละทิ้งกฎเหล่านั้น นางลาการ์ดกล่าวคำกล่าวนี้ในการแถลงข่าวระหว่างการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลกที่เกาะบาหลี สำหรับประเด็นการอ่อนค่าของหยวนเมื่อไม่นานมานี้ นางลาการ์ดกล่าวว่า นั่นได้รับแรงผลักดันส่วนใหญ่จากความแข็งแกร่งของดอลลาร์ โดยตั้งข้อสังเกตว่า หยวนไม่ได้อ่อนค่าลงมากนัก เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างๆ เธอปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเทขายในตลาดเมื่อไม่นานมานี้ แต่กล่าวว่า หุ้นสหรัฐและราคาหุ้นโดยรวม “อยู่ที่ระดับสูงมากโดยทั่วไป”
  • (+) ผอ.เอฟบีไอ ระบุ ‘จีน’ เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ มากกว่า ‘รัสเซีย’ คณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงมาตุภูมิของวุฒิสภาสหรัฐฯ ตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ เคิร์สเท่น นีลเซ่น (Kirstjen Neilsen) และ ผอ.สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) คริสโตเฟอร์ เวรย์ (Christopher Wray) เกี่ยวกับความสงสัยของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เชื่อว่าจีนอาจกำลังพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภากลางเทอมของสหรัฐฯ รวมทั้งคำถามว่า จีนกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ มากกว่ารัสเซียหรือไม่ รัฐมนตรีนีสเซ่น กล่าวว่า การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ครั้งนี้ กำลังเผชิญภัยคุกคามสองรูปแบบ หนึ่งคือการลอบเจาะล้วงข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และสองคือการรบกวนโครงสร้างพื้นฐานของการเลือกตั้ง เช่น ระบบลงทะเบียนเลือกตั้ง หรือเครื่องรับบัตรลงคะแนน
  • (+) “ทรัมป์”แสดงจุดยืนไม่ยอมให้เกาหลีใต้ยกเลิกคว่ำบาตรเกาหลีเหนือโดยปราศจากการอนุมัติของสหรัฐประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐระบุเมื่อวานนี้ว่า เกาหลีใต้จะไม่สามารถยกเลิกการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือโดยปราศจากการอนุมัติจากสหรัฐ โดยเขาส่งเสริมให้พันธมิตรต่างๆของสหรัฐคงการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือจนกว่าเกาหลีเหนือจะปลดนิวเคลียร์ภายใต้มาตรการกดดันขั้นสูงสุดของคณะบริหารสหรัฐต่อเกาหลีเหนือ
  • (+) กองทัพอากาศสหรัฐฯ เสนอซื้อเครื่องบินบรรทุกน้ำมันเพิ่ม รับมือภัยคุกคามแถบแปซิฟิก รัฐมนตรีทบวงทหารอากาศ เฮทเธอร์ วิลสัน (Heather Wilson) กล่าวในวันพุธว่า กองทัพอากาศสหรัฐฯ ต้องการเครื่องบินบรรทุกน้ำมันแบบสี่ใบพัด เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะภัยคุกคามจากจีน ก่อนหน้านี้ กองทัพอากาศสหรัฐฯ เพิ่งประกาศเพิ่มจำนวนเครื่องบินบรรทุกน้ำมันแบบสี่ใบพัด ซึ่งใช้ในการเติมน้ำมันให้กับเครื่องบินลำอื่นๆ จาก 40 ลำในปัจจุบัน เป็น 54 ลำ ภายในปี ค.ศ. 2030 สำหรับแผนซื้อเครื่องบินบรรทุกน้ำมันแบบสี่ใบพัดนี้ คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหม่ทางการทหารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ความสำคัญกับการแข่งขันทางทหารกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ได้แก่ จีน และรัสเซีย
  • (-) จนท.BOJ เตือนการกีดกันการค้าอาจฉุดคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่น วันนี้นายมาโกโตะ ซากุราอิ สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตือนว่า การแพร่กระจายของการกีดกันทางการค้า สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก และอาจทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นชะลอตัวกว่าคาดการณ์ของธนาคารกลาง นายซากุราอิ ซึ่งเป็นอดีตนักวิชาการที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนทัศนะกระแสหลักเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ระบุว่า BOJ ควรเดินหน้ากระตุ้นการเงินอย่างเข้มข้นต่อไปในขณะที่จับตาผลข้างเคียงจากการผ่อนคลายนโยบายเป็นเวลานาน คณะกรรมการด้านนโยบายของ BOJ มีกำหนดจัดประชุมทบทวนนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 30 – 31 ต.ค. ซึ่ง BOJ จะปรับคาดการณ์เศรษฐกิจและราคารายไตรมาส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์